เคยสงสัยไหมว่า สมาร์ทโฟนยุคนี้ปลดล็อกหน้าจอผ่านกระจกได้อย่างไร? ระบบสแกนนิ้วใต้จอได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือระดับกลางไปจนถึงเรือธง โดยเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เซนเซอร์แบบ Optical และ Ultrasonic ซึ่งมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเข้าใจความต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อสมาร์ทโฟนได้ตรงกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น
ระบบสแกนนิ้วใต้จอแบบ Optical ทำงานโดยใช้แสงไฟจากหน้าจอ OLED ส่องไปที่ปลายนิ้ว จากนั้นกล้องขนาดเล็กใต้หน้าจอจะถ่ายภาพ 2 มิติเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลในระบบ วิธีนี้เปรียบเสมือนการถ่ายรูปถ่ายลายนิ้วมือของคุณทุกครั้งที่แตะลงบนหน้าจอ
ในทางกลับกัน เทคโนโลยี Ultrasonic ใช้การส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านกระจกหน้าจอไปกระทบกับร่องและสันของลายนิ้วมือ คลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมาจะถูกนำไปคำนวณเพื่อสร้างเป็นแผนผังลายนิ้วมือแบบ 3 มิติที่มีความตื้นลึกหนาบางอย่างแม่นยำ
คลื่นเสียงสามารถเก็บรายละเอียดโครงสร้างลายนิ้วมือแบบสามมิติ ได้เหนือกว่าการถ่ายภาพพื้นผิวแบบสองมิติอย่างมหาศาล
เรื่องความปลอดภัยถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เซนเซอร์ Optical ซึ่งบันทึกภาพแบบ 2 มิติ มีโอกาสถูกหลอกได้ง่ายกว่าด้วยภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูง นอกจากนี้ แสงสว่างที่พุ่งออกมาขณะสแกนยังอาจแยงตาเมื่อใช้งานในที่มืด
สำหรับ Ultrasonic การสร้างแบบจำลอง 3 มิติทำให้ยากต่อการปลอมแปลงอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เซนเซอร์ประเภทนี้ยังทำงานได้ดีเยี่ยมแม้ว่านิ้วมือของคุณจะเปียกน้ำ คราบมัน หรือเปื้อนสิ่งสกปรก เพราะคลื่นเสียงสามารถทะลุผ่านหยดน้ำได้ ซึ่งต่างจาก Optical ที่แสงจะหักเหเมื่อเจอน้ำ ทำให้สแกนไม่ติด
ในยุคแรก Ultrasonic อาจทำงานได้ช้ากว่า แต่ในรุ่นปัจจุบัน ชิปประมวลผลและเซนเซอร์รุ่นใหม่ถูกพัฒนาให้สแกนได้รวดเร็วทันใจไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม Optical ยังคงมีจุดเด่นเรื่องต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า จึงมักถูกนำไปใช้ในสมาร์ทโฟนระดับราคาประหยัดและกลาง
สุดท้ายแล้ว การเลือกเทคโนโลยีสแกนนิ้วใต้จอประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการใช้งานของคุณ หากเน้นความปลอดภัยสูงสุดและสแกนได้ทุกสถานการณ์ Ultrasonic คือคำตอบ แต่หากเน้นความคุ้มค่าและหาฟิล์มกันรอยใส่ง่าย ระบบ Optical ก็ยังทำงานได้ดีเพียงพอ
สมาร์ทโฟนที่คุณใช้อยู่เป็นระบบสแกนนิ้วแบบไหน แล้วเคยเจอปัญหาเรื่องสแกนติดยากบ้างไหม? ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ได้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยครับ









